Menu

กรรมวิธีหาหุ้นเติบโต??

0 Comment

สำหรับในการลงทุนเชิงรุก หรือ Active Investment นักลงทุนจำเป็นต้องทำการบ้านหนัก 

แล้วก็จะต้องขยันกว่าผู้อื่น กรรมวิธีลงทุนแบบงี้ พวกเราจะต้องรู้เรื่องว่า พวกเราจำเป็นต้องต่อสู้กับคนเก่งๆในตลาดหลักทรัพย์ที่พวกเราบางทีอาจจินตนาการไม่ออกว่า เขาเก่งแค่ไหน รวมทั้งแม้พวกเราไม่เก่งพอเพียง แน่ๆที่สุดว่าพวกเราจะเปลี่ยนเป็นเหยื่อ
แต่ว่าสำหรับผู้ที่มีความเป็นจริงเป็นจังแน่แน่วที่จะเดินเส้นทางสายนี้ การลงทุนในหุ้นเติบโต นับว่าเป็นอะไรที่พวกเราจำเป็นต้องทุ่มเทกาย แล้วก็ดวงใจอย่างแรงกล้า … เอาละ … ไปติดตามกันเลยนะครับ
1 “ติดตามหุ้นที่ยอดจำหน่ายโต ผลกำไรทำนิวไฮ”
ถ้าเกิดพวกเราสแกนหุ้นกว่า 700 ตัวในตลาดค้าหุ้นไทย มั่นใจว่าพวกเราจำเป็นต้องเจอกับหุ้นที่ยอดจำหน่ายโต รวมทั้งผลกำไรทำนิวไฮ อย่างไม่ต้องสงสัย
สมมุติว่าพวกเราพบหุ้นกรุ๊ปหนึ่งที่ยอดจำหน่ายโตกว่า 10% ต่อปี มีความหมายว่า ยอดจำหน่ายของเขาโตกว่า GDP ของประเทศ รวมทั้งผลกำไรโตกว่า 20% หากพวกเราพบหุ้นแบบงี้แล้วพวกเราไม่เข้าไปเจาะมองในเนื้อหา ผมมีความรู้สึกว่าพวกเราก็ไม่เข้ากันยนักลงทุนเชิงรุก สิ่งที่พวกเราจำเป็นต้องทำก็คือ พวกเราจะต้องเข้าไปมอง “ขุดหาข้อมูล” เชิงลึก รวมทั้งหาเรื่องผลที่ยอดจำหน่ายโต ผลกำไรทำจุดสุดยอดใหม่ออกมาให้ได้ รวมทั้งค่อยมาตรวจเช็กในข้อต่อไป
2 … “มองความคงทนถาวรของยอดจำหน่าย รวมทั้งผลกำไร”
หลายหนยอดจำหน่ายเติบโตมากมาย แม้กระนั้นโตจากการแย่งส่วนแบ่งของคู่ปรับ หรือกำเนิดการศึกราคา หากเป็นอย่างงี้ยอดจำหน่ายที่เติบโตบางทีอาจไม่ยืนยง และก็ผลกำไรที่ทำเป็นก็ไม่ยืนยง
ยังมีการสำรวจอีกประการก็คือ พวกเราจำต้องตัดผลกำไรพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียวออกไปด้วย ผลกำไรพิเศษอาจจะเกิดขึ้นเนื่องมาจากวิธีขายทรัพย์สินที่ทำเป็นเพียงแค่ครั้งเดียว เมื่อพวกเราตัดทุกสิ่งทุกอย่างออกไป ก็จะต้องพินิจให้รอบด้านว่า ผลกำไร หวยฮานอย นั้นจะยืนนานนานมากแค่ไหน
3 … “มองว่ากิจการค้ามีหนี้มากหรือเปล่า”
ถ้าหากกิจการค้าใดที่ทำเงินได้มากมาย แต่ว่าหนี้เขาจำนวนมากแน่ๆที่สุดว่า เงินที่ทำเงินได้จำเป็นต้องเอาไปใช้หนี้ใช้สินสินซะก่อนอย่างแน่นอน
ธุรกิจการค้าที่ยอดจำหน่ายโต ผลกำไรโต แม้กระนั้นหนี้เยอะแยะ พวกเราควรจะเอาทิ้ง ไม่สมควรที่จะนำเอามาพินิจ นอกเหนือจากไม่มีตัวเลือกจริงๆหรือกิจการค้านั้นเป็นธุรกิจที่จำเป็นต้องเติบโตด้วยหนี้สิน และก็ถ้าธุรกิจใดมีหนี้น้อย กำไรที่ทำเป็นก็ได้โอกาสที่จะตกถือมือผู้ถือหุ้นมากยิ่งกว่านั่นเองนะครับ
4 … “มองว่าธุรกิจการค้าจะเงินปันผลออกมาเยอะแค่ไหน”
หนึ่งสิ่งที่จะทำให้ราคาหุ้นขยับปรับพฤติกรรม คงจะหนีไม่พ้น “โบนัส” ถ้าหากธุรกิจใดมีเงินเงินปันผลออกมามากมาย ก็จะดึงดูดใจให้มีคนต้องการมาซื้อหุ้น และก็ไล่ราคากัน
สูตรสำหรับคำนวณค่าหุ้นจากโบนัสโดยประมาณผมจะใช้สูตรโดยนำเงินโบนัสต่อหุ้นมาหารด้วย % เงินปันผลที่พวกเรามีความคิดว่าจะมีคนไล่ราคา
5 … “ราคาตอบรับไปหรือยัง”
สม่ำเสมอจากประการข้างต้น ถ้าหากราคาหุ้น ณ ขณะนี้ราคาเพียงแค่ 15 หรือ 20 บาทต่อหุ้น หมายความว่า ราคาที่ต้องเป็นในอนาคตคงจะสูงขึ้นมากยิ่งกว่านั้น รวมทั้งพวกเราสามารถซื้อหุ้นที่ราคาต่ำลงยิ่งกว่าสิ่งที่พวกเราคิดเพื่อเก็บเอาไว้รอคอยได้กำไร แม้กระนั้นถ้าหากสิ่งที่พวกเราคิดมันไม่ถูก อย่างเช่น ผลกำไรต่อหุ้นออกมาต่ำลงมากยิ่งกว่าที่พวกเราคาดมากมาย และก็ราคาหุ้นตกแทนที่จะขึ้น พวกเราก็จำต้องพิเคราะห์ให้ดีว่าพวกเราควรถือต่อไหม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *